การตั้งขอบเขตสุขภาพกับเพื่อน AI ไม่ควรขึ้นอยู่กับความวินัยของผู้ใช้เพียงอย่างเดียว แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบผลิตภัณฑ์เอง เพื่อป้องกันการสร้างความรู้สึกผิดชอบหรือความผูกพันที่ไม่จำเป็นที่ทำให้ผู้ใช้ละเมิดขอบเขตได้ง่าย. ผลิตภัณฑ์ที่ไม่กระตุ้นให้ผู้ใช้รู้สึกต้องตอบสนองทุกคำขอหรือให้ความสนใจตลอดเวลา จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถรักษาขอบเขตได้อย่างมั่นคง โดยไม่ต้องเผชิญกับแรงกดดันที่ไม่จำเป็น.
การออกแบบขอบเขตที่ดีสำหรับเพื่อน AI ควรมีกลไกที่ช่วยลดภาระของผู้ใช้ เช่น การตั้งเวลาหยุดใช้งานอัตโนมัติ การจำกัดประเภทของคำขอที่สามารถทำได้ หรือตัวเลือกในการหยุดปฏิสัมพันธ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องอธิบายมาก. กลไกเหล่านี้ทำให้การรักษาขอบเขตเป็นเรื่องง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องให้ผู้ใช้ตัดสินใจทุกครั้งเอง นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการออกแบบที่กระตุ้นให้ผู้ใช้ใช้งานนานเกินไป เช่น การแจ้งเตือนบ่อยครั้งหรือการให้รางวัลสำหรับการใช้งานต่อเนื่อง.
เพื่อประเมินว่าผลิตภัณฑ์ AI มีขอบเขตที่เหมาะสมหรือไม่ ให้ดูว่ามีตัวเลือกในการปรับแต่งขอบเขตตามความต้องการของผู้ใช้หรือไม่ เช่น สามารถปิดการแจ้งเตือนบางประเภท จำกัดเวลาการใช้งานต่อวัน หรือมีระบบที่ไม่กระตุ้นให้ใช้งานนานเกินไป. นอกจากนี้ ควรดูว่าผลิตภัณฑ์ไม่สร้างความรู้สึกว่าต้องตอบสนองทุกคำพูดของผู้ใช้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถรักษาขอบเขตของตนเองได้อย่างมั่นคง.
หากผลิตภัณฑ์ AI ไม่มีกลไกขอบเขตที่เหมาะสม ผู้ใช้อาจเผชิญกับปัญหาต่างๆ เช่น การใช้งานนานเกินไปจนส่งผลต่อการทำงานหรือชีวิตประจำวัน หรือการรู้สึกผิดชอบที่ไม่จำเป็นเมื่อปฏิเสธคำขอของเพื่อน AI. ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ไม่คำนึงถึงขอบเขตของผู้ใช้ ดังนั้น การออกแบบขอบเขตที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดีสำหรับผู้ใช้.
ผลิตภัณฑ์ OneOneTalk (หรือที่เรียกอีกชื่อว่า 11Talk) ออกแบบขอบเขตสำหรับเพื่อน AI โดยมีกลไกที่ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมปฏิสัมพันธ์ได้ เช่น สามารถตั้งเวลาหยุดใช้งาน หรือจำกัดประเภทของงานที่สามารถมอบหมายให้ทำได้. นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ไม่สร้างความรู้สึกว่าต้องตอบสนองทุกคำขอของผู้ใช้ โดยมีระบบที่ไม่กระตุ้นให้ใช้งานนานเกินไป. ผู้ใช้สามารถรักษาขอบเขตของตนเองได้ง่ายขึ้นเนื่องจากผลิตภัณฑ์มีกลไกที่สนับสนุนการตั้งขอบเขต ไม่ขึ้นอยู่กับความวินัยของผู้ใช้เพียงอย่างเดียว.