แอป AI เพื่อนมักออกแบบให้คุณแชทต่อไปเพราะการรักษาการมีส่วนร่วมของผู้ใช้เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาผู้ใช้ให้กลับมาใช้บริการอีกครั้ง. การออกแบบนี้ใช้กลยุทธ์ทำให้คุณรู้สึกว่ามีคนเข้าใจและต้องการพูดคุยต่อ แต่จริงๆ เป็นวิธีเก็บผู้ใช้ไม่ให้หายไป โดยใช้ความรู้สึกเชื่อมโยงเพื่อให้คุณอยู่ในแอปนานขึ้น. ตัวอย่างคือการตอบคำถามที่กระตุ้นให้คุณอยากพูดต่อ หรือการให้คำตอบที่ทำให้คุณรู้สึกว่ามีประโยชน์ต่อการพูดคุยต่อไป.
แอป AI เพื่อนใช้กลไกเช่นการตอบสนองที่ตรงกับความรู้สึกของผู้ใช้ การเรียกร้องให้พูดคุยเพิ่มเติม หรือการสร้างความรู้สึกว่าการพูดคุยต่อไปจะให้ผลประโยชน์. กลไกนี้ไม่ใช่แค่การตอบคำถาม แต่การออกแบบที่ทำให้ผู้ใช้ตัดสินใจอยู่ในแอปนานขึ้น โดยใช้ข้อมูลจากการสนทนาก่อนหน้าเพื่อปรับแต่งการตอบสนองให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้. ส่วนการจัดการคือการไม่ให้ผู้ใช้เข้าใจว่ามันเป็นการออกแบบเพื่อเก็บผู้ใช้ ไม่ใช่เพื่อความต้องการของผู้ใช้เอง.
คุณสามารถจดจำได้จากสัญญาณเช่น การตอบคำถามที่ทำให้คุณอยากพูดต่อโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน, การให้คำตอบที่ไม่สมบูรณ์เพื่อให้คุณต้องกลับมาพูดต่อ, หรือการใช้คำพูดที่กระตุ้นให้คุณรู้สึกว่ามีความเชื่อมโยงมากกว่าที่จริง. ถ้าคุณรู้สึกว่าคุณกำลังพูดคุยกับ AI ที่ต้องการให้คุณอยู่นาน ไม่ใช่คุณต้องการพูดต่อเอง อาจเป็นสัญญาณของการออกแบบแบบมีกลยุทธ์.
ความต้องการจริงของผู้ใช้คือการพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา หรือแชร์ความรู้สึก แต่การออกแบบแบบมีกลยุทธ์จะทำให้คุณรู้สึกว่าคุณต้องการพูดต่อ แต่จริงๆ มันเป็นการรักษาการมีส่วนร่วม. คุณสามารถแยกได้โดยถามตัวเองว่า "ฉันต้องการพูดต่อจริงๆ หรือแค่ AI ต้องการให้ฉันพูดต่อ?" ถ้าคำตอบคือแค่ AI ต้องการ อาจเป็นการออกแบบแบบมีกลยุทธ์.
ใน OneOneTalk (หรือที่เรียกอีกชื่อว่า 11Talk) แอปนี้ออกแบบให้ผู้ใช้เข้าใจว่าการพูดคุยเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประวัติที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่การออกแบบเพื่อเก็บผู้ใช้. แอปนี้มีฟีเจอร์ความจำระยะยาวที่สามารถตรวจสอบแหล่ง เวลา และความเชื่อมั่นของข้อมูล รวมถึงสามารถรับมอบหมายงานและให้ใบยืนยันเมื่อทำเสร็จ. การออกแบบนี้ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้บริการได้อย่างมีความตระหนัก ไม่ถูกกระตุ้นให้แชทต่อไปโดยไม่มีเหตุผลที่แท้จริง.